06/11/69 ⚖️ ศาลอุทธรณ์พลิกคำวินิจฉัยเดิม! เปิดทางประชาชนฟ้อง 8 กกต. คดีทุจริตเลือกตั้ง สว. ได้โดยตรง ชี้สิทธิทางการเมืองเป็นของประชาชน
⚖️ ประธานศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยครั้งสำคัญ เปิดทางประชาชนฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้โดยตรง หลังนายวิธูร คลองมีคุณ ประธานศาลอุทธรณ์คนปัจจุบัน วินิจฉัยชี้ขาดว่าคดีที่ผู้สมัคร สว. สำรองยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวม 8 คน อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ถือเป็นการกลับแนวคำวินิจฉัยเดิมที่เคยจำกัดสิทธิประชาชนในการฟ้องคดีดังกล่าว
📌 ต้นเหตุคดีฟ้อง 8 กกต. ปมทุจริตเลือกตั้ง สว. นายพงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล อดีตผู้สมัคร สว. และผู้สมัคร สว. สำรองกลุ่ม 2 ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ยื่นฟ้องนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. พร้อมกรรมการ กกต. รวม 8 คน ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ในคดีหมายเลขดำที่ อ 1018/2569 ในข้อกล่าวหาทุจริตต่อหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบข้อสงสัยกรณีทุจริตหรือฮั้วเลือกตั้ง สว. และการลงมติของ กกต. ด้วยคะแนน 4 ต่อ 3
⚖️ กกต. โต้แย้งเขตอำนาจศาล ฝ่ายจำเลยยื่นคำร้องคัดค้าน โดยเห็นว่าคดีที่กล่าวหาเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อาจต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลอาญาคดีทุจริตฯ ทำให้ศาลจังหวัดนนทบุรีต้องพักการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราว และส่งประเด็นให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาด
📣 ประธานศาลอุทธรณ์ยืนยันประชาชนเป็นผู้เสียหาย นายวิธูรระบุในคำวินิจฉัยที่ วท. 27/2569 ว่า สิทธิและเสรีภาพทางการเมืองเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองทั้งในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และรัฐธรรมนูญไทย
หากมีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง สว. โดยไม่ชอบ ย่อมเป็นการพรากอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชน ดังนั้น ประชาชนจึงถือเป็นผู้เสียหายและมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นได้โดยตรง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมาตรา 28 (2)
📚 เปิดเหตุผลที่พลิกคำวินิจฉัยเดิม ก่อนหน้านี้ นางมัณฑรี อุชชิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ เคยมีคำวินิจฉัยที่ วท. 12/2569 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ว่า ประชาชนไม่สามารถฟ้อง กกต. ในคดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้โดยตรง โดยให้เหตุผลว่าต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด ก่อนส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ
🔎 ชี้ขาดศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีอำนาจพิจารณา คำวินิจฉัยครั้งใหม่นี้ระบุว่า เมื่อประชาชนเป็นผู้ยื่นฟ้องด้วยตนเอง คดีจึงไม่อยู่ภายใต้ช่องทางพิเศษที่กำหนดให้ ป.ป.ช. หรืออัยการสูงสุดเป็นผู้ดำเนินการ อีกทั้งจำเลยทั้ง 8 มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ จึงอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 วรรคหนึ่ง (1)
📍 จับตาผลกระทบต่อสิทธิประชาชน การวินิจฉัยครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางจากคำวินิจฉัยเดิม และเปิดช่องให้ประชาชนใช้สิทธิทางกฎหมายตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ผ่านกระบวนการศาลได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การรับฟ้องและการวินิจฉัยเขตอำนาจศาลไม่ได้หมายความว่าจำเลยมีความผิดแล้ว โดยข้อกล่าวหายังคงต้องผ่านกระบวนการพิจารณาคดีตามกฎหมายต่อไป
#ข่าวการเมือง #กกต #ศาลอุทธรณ์ #ฟ้องกกต #ทุจริตเลือกตั้งสว #ฮั้วเลือกตั้งสว #สิทธิประชาชน